ฝึกฝนอบรมใจของเรา

การฝึกใจให้หยุดนิ่ง มีความจำเป็นสำหรับตัวเราอย่างยิ่ง ไม่ว่าเราจะอยู่ในอาชีพอะไรก็ตาม 

จะอยู่ในสถานะใด เป็นพระ เป็นโยม เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ครองเรือน ผู้บริหาร วัยปลดเกษียณ วัยชรา มีความจำเป็นทุกระดับ 

หรือแม้จะอยู่บนเตียงคนป่วยก็ป่วยอย่างสง่างาม อย่างมีหลักยึดของใจ 

จะชราก็แก่อย่างสง่างาม เป็นคนแก่ที่มีความสุขใจ ลูกหลานอยากเข้าใกล้ อยากลูบเนื้อลูบตัวเรา อยากมาขอศีลขอพร อยู่ใกล้แล้วรู้สึกเย็นกาย เย็นใจ อบอุ่นใจ 

การทำมาหากิน ก็จะเกิดความมั่นใจว่า จะประสบความล้มเหลวในชีวิต จะเจอแต่ความสมหวังไปตามกำลังแห่งบุญและความเพียรของเรา

เพราะฉะนั้น ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจของเราให้ได้ ฝึกไปเรื่อย ๆ วันนี้ใจยังไม่ตั้งมั่น ไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้จะไม่ตั้งมั่น 

วันนี้ยังมืดอยู่ ไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้จะมืด หรือวันกัด ๆไปจะมืดเหมือนเดิม มันจะค่อย ๆ สว่างขึ้น ไปเรื่อย ๆ ต้องฝึกใจ เพื่อตัวของเรา และเพื่อสมาชิกภายในบ้าน ผู้ใกล้ชิด และทุก ๆ คนในโลก

ดังนั้นให้ฝึกไป หากใจยังไม่ตั้งมั่น ก็ให้ประกอบบริกรรมทั้งสองคือ บริกรรมนิมิต กับบริกรรมภาวนาสัมมาอรหังเรื่อยไป 

ถ้าใจตั้งมั่นในระดับหนึ่งแล้ว เราก็หมดความจำเป็นที่จะไปนึกถึงบริกรรมทั้งสอง แค่รวมใจ ก็เคลื่อนเข้าไปสู่ภายในแล้ว


ธรรมะจากคุณครูไม่ใหญ่

ง่ายแต่ลึก เล่ม ๕ (หน้า ๓๘)

ภาพดีๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น