อานิสงส์การของใจที่หยุดนิ่ง

ยิ่งหยุด ยิ่งนิ่ง ก็ยิ่งดิ่งไม่หยุด ยิ่งเคลื่อนเข้าไป แล่นไปหาพระรัตนตรัยที่มีอยู่ในตัวของเรา ความสว่างจะค่อย ๆ เกิดขึ้นความสว่างที่เหมือนแสงแก้ว แสงแห่งความบริสุทธิ์ ที่มาพร้อมกับความเบิกบาน ก็จะมาเมื่อใจเราค่อยๆ นิ่งไป

และเราต้องยอมอนุญาตว่า บางครั้งใจก็แวบไปคิดเรื่องอื่นบ้าง อย่าไปกลุ้ม อย่าไปคิดว่าเรานั่งแล้วไม่ก้าวหน้า ต้องปล่อยมันไปบ้าง แต่ฝึกบ่อย ๆ เข้า ใจก็ไม่อยากจะไปไหน เพราะว่าอยู่ตรงกลางกายแล้วอยู่เย็นเป็นสุข เย็นกายเย็นใจอยู่ภายใน

การฝึกนี้จะมีอานิสงส์ มีสุขทั้งหลับทั้งตื่น หลับก็ง่าย ไม่ฝันร้าย หรือไม่ฝันเลย ถ้าจะฝันก็ฝันถึงเรื่องดี ๆ มีสิริมงคล ตื่นมาก็เหมือนกับเราออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ แหล่งแห่งความสุขอันไม่มีประมาณ แหล่งแห่งดวงปัญญา ที่ไม่มีขอบเขต และแหล่งแห่งกำลังใจที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันจะถูกดึงออกมาพร้อมกับการลืมตาตื่นขึ้นมาของเรา

เราจะมีความเบิกบาน ชุ่มชื่น จากใจก็ขยายไปสู่ระบบประสาทกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้ผู้ใกล้ชิดเราในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงาน ทุกหนทุกแห่ง เห็นความแตกต่างของเราไปเรื่อยๆ แล้วอยากจะเข้าใกล้เรา เข้าใกล้แล้วมีความสุข 

เราจะได้ยินถ้อยคำที่บันเทิงใจ ที่ชูใจเราให้เบิกบาน แช่มชื่น เพราะสิ่งที่ปรากฏจากระบบประสาทกล้ามเนื้อ แล้วขยายไปสู่บรรยากาศรอบตัวเรา จะช่วยคลี่คลายความเครียดหรือมลทินของใจทุก ๆ คน รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ให้บริสุทธิ์เพิ่มขึ้น

เราจะลดความขัดแย้งในบ้าน หรือในที่ทำงานได้ดี แม้มีก็อยู่ในระดับที่ทำงานร่วมกันได้ แล้วก็ไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยกัน เราจะไปอยู่ร่วมกับผู้ที่ยังมีกิเลสหนาปัญญาหยาบ อย่างมีความสุขภายใน มีใจตั้งมั่น เราจะมองเห็นสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากทุก ๆ วัน ทั้ งๆ ที่สิ่งแวดล้อมก็เหมือนเดิม แต่เพราะใจเราแตกต่างจากเดิมที่ไม่ตั้งมั่น มาเป็นใจอยู่ภายในมั่นคง ใจเราจะขยาย

สิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เราเห็นแล้วจะสดชื่นเบิกบานกว่าทุก ๆ วัน จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้า ที่เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นปกติ เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานเมื่อน้ำเลี้ยงดอกไม้สดใส น้ำเลี้ยงหัวใจของเราก็จะสดใสเมื่อใจเราหยุดนิ่ง

ฝึกกันไปเรื่อย ๆ ฝึกทุกวัน เพราะยังมีสิ่งที่เรายังจะต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ซึ่งเป็นความรู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไปรู้ไปเห็นมา เราจะเข้าใกล้วิชชา ๓ เข้าไปเรื่อย ๆ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ญาณเป็นเหตุแห่งการระลึกชาติหนหลังได้จุตูปปาตญาณ 

ความรู้ที่จะทำให้เราแจ่มแจ้ง เรื่องกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิดได้ กระทั่งอาสวักขยญาณ ความรู้ที่จะทำให้เราขจัดกิเลสอาสวะให้เบาบางเจือจางลงไปได้เรื่อย ๆ 

เราจะเข้าใกล้แหล่งแห่งวิชชา ทั้งสามนี้ เมื่อใจเราหยุดนิ่ง ระดับเข้าถึงกายในกายได้ ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม กระทั่งถึงกายธรรม ถึงพระรัตนตรัยในตัว

เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวแล้ว เราแทบไม่ต้องไปถามใครเลยว่า นี่คือที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงใช่หรือไม่ พอถึงตรงนั้นแล้ว เราจะทราบด้วยตัวของเราเอง จะมีญาณทัสสนะเกิดขึ้น แล้วมีธัมมจักขุแจ่มแจ้งขึ้นมาเอง


ธรรมะจากคุณครูไม่ใหญ่

ง่ายแต่ลึก เล่ม ๕ (หน้า ๔๐-๔๒)

ภาพดีๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น

  1. ✨น้อมกราบ อนุโมทนาบุญ สาธุครับ ✨
    🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧🫧

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น