เราจะปลื้ม เมื่อเรานึกย้อนหลัง

กาลเวลาเพิ่งผ่านมาได้ไม่นานเท่าไร การศึกษาเรียนรู้เรื่องพระธรรมวินัยจะให้แจ่มแจ้ง หรือแตกฉานเท่ากับผู้ที่อยู่นาน ๆ ก็คงจะยังไม่ได้ แต่ถ้าเรายังไปไม่ถึงตรงนั้น มันมีวิธีลัดที่จะทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระธรรมวินัย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า รักษาจิตดวงเดียวให้ บริสุทธิ์ ให้ใส ๆ ฝึกใจให้หยุดนิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ พอใจเราผ่องใสบริสุทธิ์ในระดับหนึ่ง ที่ยังไม่ต้องถึงกับเป็นพระอรหันต์ 

แค่บริสุทธิ์จนเห็นความบริสุทธิ์ ปรากฏเกิดขึ้นเช่น อย่างน้อยเห็นแสงสว่าง ดวงใส ๆ องค์พระใส ๆ หรือเบาสบาย จนกระทั่งเราไม่เบื่อจากการนั่งสมาธิ ใจก็ผ่องใส จิตดวงเดียวก็ถูกรักษาเอาไว้แล้ว

เมื่อจิตเริ่มบริสุทธิ์ในระดับหนึ่งดังกล่าว ความคิดต่าง ๆ ของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไป เพราะแหล่งแห่งความคิดบริสุทธิ์ มีความผ่องใส จะคิดแต่เรื่องดี ๆ พูดเรื่องดี ๆ ทำแต่เรื่องดี ๆ ความสำรวมระวังในพระธรรมวินัย ก็จะเกิดขึ้นมาเองเป็นอัตโนมัติ แบบธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องตั้งใจว่า จะต้องเคร่งเครียด ในการรักษาพระธรรมวินัย แต่พระธรรมวินัยจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวของเรา เหมือนลมหายใจเข้าออก 

ใจก็จะผ่องใส มีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจตลอดเวลา จนกระทั่งถึงในระดับที่เรามีความเลื่อมใสในตัวเราว่า แม้บวชมาไม่นานก็ตาม เรายังมาถึง ณ จุดตรงนี้ได้ ซึ่งแตกต่างจากเวลาที่ผ่านมา ตอนที่เราเป็นคฤหัสถ์ เมื่อเรานึกย้อนหลังไป จะเอาช่วงไหนที่เราปลื้มในตัวเราเอง ในการทำความดี บางทีเรานึกไม่ค่อยออกนะ หรือยอมรับตัวของเราเองในระดับที่เรานับถือตัวเองได้ ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาเป็นคฤหัสถ์ที่ผ่านมามากกว่าช่วงที่เราเป็นพุทธบุตร

ถ้าหากลูกทำได้อย่างนี้ พระศาสนาจะถูกฟื้นฟูขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบโอปปาติกะ คือปีบปั้นขึ้นมาอย่างที่เราคาดไม่ถึง เราจะยิ่งมีมหาปีติว่า เรามีส่วนสำคัญในการทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นลูกทุกรูป ต้องรีบเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ

๑. เป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

๒. เป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลาย อย่าถือสากัน ให้อภัยกัน แล้วความรักสามัคดี ก็จะเกิดขึ้นกับหมู่คณะ

วันเวลาที่เหลืออยู่ เราจะได้มุ่งมั่นแสวงหาสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตของเรา คือ ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ภายใน เราจะต้องไปถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงคือพระธรรมกายในตัวของเราให้ได้ 

ลูกมีบุญเก่ากันมาทุกรูป แต่เราไม่รู้ตัว เรารู้แต่ว่า ชีวิตที่เราเกิดมาในปัจจุบันนี้ มันก็ไม่ค่อยจะสุขสบายบ้าง หรือสุขสบายบ้างนิดหน่อย ไปตามอัตภาพ นั่นคือสิ่งที่เราเห็นด้วยตามนุษย์ 

แต่สิ่งที่ลึกไปกว่านั้น ลูกยังมองไม่เห็น แต่วันใดที่ได้เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วเรามาศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระผู้ปราบมารท่านค้นพบขึ้นมา เราจะได้มาศึกษาตรงนี้

ตอนนี้ให้รับทราบไปอีกระดับหนึ่งว่า ลูกเป็นผู้มีบุญมาก บุญเก่าเราเพียงพอ เหลือแต่ปัจจุบันนี้ จะต้องประกอบความเพียรกันอย่างเต็มที่ ให้เต็มกำลัง อย่างถูกหลักวิชาต้อง ถูกหลักวิชชาด้วยจึงจะได้ผล 

ได้เข้าถึงประสบการณ์ภายใน ณ จุดที่หลวงพ่ออยากให้ลูกเข้าถึง จุดที่เราสามารถไปศึกษาวิชชาธรรมกายได้ คือ เข้าถึงพระธรรมกายในตัวบุญเรามี เหลือแต่ความเพียร หรือความขยันที่จะนั่ง และถูกหลักวิชชา ต้องจำตรงนี้ให้ดี


โอวาทจากคุณครูไม่ใหญ่

๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

สิ่งที่ต้องแสวงหา เล่ม ๓  (หน้า ๒๐๑-๒๐๓)

ภาพดี ๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น