เมื่อใจเรานิ่งต่อไปด้วยความเบิกบาน เพราะว่าใจขยายกายขยาย เหมือนเราไม่มีตัวตนแล้ว ก็จะเปลี่ยนมิติ คือ ตกศูนย์เหมือนเราหล่นจากที่สูง บางคนก็หล่นมาอย่างพรวดพราด วูบลงไปก็ตกใจ
แต่บางคนที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างใน และขยายไปรอบทิศอย่างละมุนละไม จะมีแต่ความสุขสดชื่นตลอดเส้นทาง เหมือนเราแบกของมา แล้วเราค่อย ๆ ปลดของขว้างทิ้งไปทีละอย่าง จนกระทั่งไม่ต้องแบกหามกันต่อไป
อาการหนักของใจก็ไม่เกิด ใจก็เบา สบาย แต่ถ้าทิ้งหาบที่เราแบกมาอย่างโครมครามละก็ จะมีอาการเหมือนตกศูนย์อย่าฮวบฮาบ
เหมือนหล่นวูบลงไป ก็กลัวสะดุ้ง กลัวจะไปนรก ไปเห็นภาพไม่ดี แล้วก็หวาดเสียว แต่ก็เป็นบางคนเท่านั้น
แต่ว่าขอยืนยันว่า ไม่มีสิ่งที่ไม่ดี หรืออันตรายเกิดขึ้นจะมีสิ่งดี ๆ ที่เราไม่คาดคิดเลยว่า คนอย่างเรานี่จะทำได้ขนาดนี้ คือ มันจะมีดวงลอยขึ้นมาเป็นดวงใส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างดังกล่าว
เหมือนดวงอาทิตย์ เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างในเวลากลางวัน เหมือนดวงจันทร์สว่างในเวลากลางคืน
แต่นี่เราจะเห็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างภายใน จะเป็นดวงใส ๆ อย่างน้อยก็ใสเหมือนกับน้ำใส ๆ หรือเหมือนกระจกคันล่องที่ส่องที่ส่องเงาหน้า หรือใสเหมือนเพชรบ้าง ใสกว่านั้นบ้าง
บางทีเป็นความใสที่ดูดตา ไม่ดีดตาเหมือนเพชรที่ต้องแสงที่มันผลักลูกนัยน์ตาเราออก เพราะดูแล้วเคืองตา แต่จะเป็นแสงที่ดึงดูดตาให้ดื่มด่ำลงไปกับความสุขนั้น กับดวงใส ๆ ที่กลมรอบตัวเหมือนดวงแก้วที่เจียระไนแล้วกลมติ๊กเลย
อย่างเล็กก็ขนาดดวงดาวในอากาศ อย่างกลางก็ขนาดพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน หรือใหญ่กว่านั้น ตามกำลังบารมี
ธรรมะจากคุณครูไม่ใหญ่
ง่ายแต่ลึก เล่ม ๕ (หน้า ๑๑๑-๑๑๓)
ภาพดีๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น