เมื่อปฏิบัติธรรมมากเข้า เราจะรู้ว่าภายในกายของเรานี้ เมื่อใจหยุดแล้ว จะมีแสงสว่างในตัว ที่นอกเหนือจากแสงสว่างภายนอกที่เราเคยเห็น แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดวจันทร์ ดวงดาว แสงไฟฟ้าที่มนุษย์ประดิษฐ์ แสงไฟ แสงเทียนอะไรอย่างนั้น เป็นต้น ว่ามันมีแสงในตัวด้วยนะ แต่ว่าเนียนตาละมุนละไมแตกต่างจากแสงภายนอก
แล้วเราจะได้ความรู้เพิ่มเติมว่า มันมีความสุขที่แปลกแตกต่าง ลึก กว้าง ไม่มีถ้อยคำที่จะเอามาใช้กับความสุขภายในที่เราได้ไปสัมผัส แต่เรารู้ด้วยใจ ยากที่จะรู้ด้วยถ้อยคำ เห็นไหมเรามีความรู้เพิ่มแล้วว่ามีความสุขชนิดนี้อยู่นะ เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย และรู้เพิ่มเติมไปอีกว่า ข้างนอกที่เราเคยเจอไม่น่าจะเรียกว่าความสุข น่าจะเรียกว่า ความเพลิน มากว่า สนุกสนานเพลิน ๆ ให้ผ่านไปวัน ๆ อย่างนั้น
พอหยุดไปได้อีกระดับหนึ่ง มีดวงธรรมภายในนะ ดวงกลม ๆ ภายใน กลมเหมือนดวงแก้วภายนอก แต่ทำไมความรู้สึกมันแตกต่าง จากการที่เราเห็นดวงแก้วภายนอก กับเห็นดวงธรรมภายใน เห็นดวงแก้วภายนอก เห็นแล้วก็เฉย ๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ธรรมดา ๆ แต่เห็นข้างในมันปลื้ม มันรื่นเริง เหมือนเรากำลังดูเพลิน ๆ เปลี่ยนไปอีกมิติหนึ่ง
เหมือนเราหล่นไปในสถานที่รื่นเริง ที่มีความบันเทิงใจ แตกต่างจากสถานที่รื่นเริงที่เราเคยเจอ มีชีวิตชีวาไปทุกระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และดูเหมือนจะขยายไปไม่มีที่สิ้นสุด นี่เป็นความรู้เพิ่มเติม
เดี๋ยวก็เห็นกายในกาย ภายในนี้มีกายมนุษย์ละเอียด มีกายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม กระทั่งมีกายธรรม เห็นพระรัตนตรัยในตัว ความรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุดเลย เหมือนเราเอาเถาปิ่นโตมาเปิดชั้นแรกว่าอร่อยแล้ว ชั้นถัดไปอร่อยเพิ่มขึ้น และเป็นเถาปิ่นโตที่ไม่มีชั้นที่สิ้นสุด เป็นชั้น เป็นชุด เป็นขั้นเป็นตอน เป็นภาค เป็นพืดไปเลย เยอะแยะ สนุกสนาน บุญบันเทิง
นี่คือเรื่องราวความรู้ภายในที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งออกไปในมหาสมุทรแห่งความรู้แจ้ง เห็นจริง ความรู้อันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีขอบเขต Unlimited knowledge ความรู้ที่ไม่มีขอบเขต สนุกสนานเบิกบานไปเรื่อย ๆ เราจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมกันไป เพราะฉะนั้นอย่าขี้เกียจนั่ง ให้ขยัน และก็เป็นทางมาแห่งบุญของเราด้วย บุญจะเกิดขึ้นทุกวันทุกคืน
ร่างกายเสื่อมไปทุกวัน โรคภัยไข้เจ็บก็ปรากฎเกิดขึ้นความชรา ความเหี่ยวย่นที่เราไม่ต้องการก็ปรากฏ และเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรี่ยวแรงก็ลดน้อยถอยลงไป เพราะฉะนั้นใช้กายมนุษย์หยาบนี้ไห้เป็นประโยชน์นะลูกนะ ศึกษา ฝึกฝนกันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวใจของเราก็จะหยุดจะนิ่งได้ พอหยุดนิ่งได้ก็เข้าถึงความเป็นจริงของชีวิต
ตอนนี้เราจำภาพนี้เอาไว้ ภาพองค์พระกลางดวงแก้ว จำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ นึกไป จำไม่ได้เราก็ลืมตามาดูบนจอแล้วเวลาเราไปนั่งที่บ้าน หรือในอิริยาบถอื่น เราก็เอามาตั้งไว้ตรงนี้เลย ไม่ต้องไปเริ่มฐานที่ ๑ มาถึงฐานที่ ๗ นะ มาหยุดมานิ่งตรงนี้ ให้ใจหยุด ใจนิ่ง ให้ใจใส
นึกบ่อย ๆ ก็นึกได้ นึกได้บ่อย ๆ ก็เห็นได้ เห็นได้บ่อย ๆ ก็เข้าถึงได้ เข้าถึงบ่อย ๆ ก็ศึกษาได้ จะเป็นขั้นเป็นตอนกันไปอย่างนี้ เขาทำกันได้เยอะแยะ เราเป็นคนเช่นเดียวกับเขา ถ้ามีความเพียรไม่น้อยหน้าเขา เราต้องทำได้นะลูกนะ
ต่อจากนี้ไป ให้ตรึกถึงองค์พระใส ๆ นั่งอยู่ในกลางดวงแก้ว หันหน้าออกไปทางเดียวกับตัวของเรา มองไปอย่างสบาย ๆ ทำใจให้เบิกบาน ให้แช่มชื่น เมื่อยก็ขยับ คันก็เกา ฟุ้งก็ลืมตามาดูบนจอหายฟุ้งเราก็หลับตาลงไปใหม่ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการกันไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าจะสมหวังดังใจ
ต่อจากนี้ไปตั้งใจปฏิบัติธรรมกันให้ดีนะ จะภาวนาสัมมาอะระหัง ประกอบไปด้วยก็ได้ หรือจะไม่ภาวนาก็ไม่เป็นไร ฝึกใจหยุดนิ่ง ให้ใจใส ๆ ฝึกไป ประคองใจไป ให้ลูกทุกคนสมหวังดังใจในการเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวกันทุก ๆ คนนะลูกนะ ต่างคนต่างทำกันไปเงียบ ๆ นะ
ธรรมะจากคุณครูไม่ใหญ่
ง่ายแต่ลึก เล่ม ๕ (หน้า ๑๔๗-๑๕๐)
ภาพดีๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น