นึกอะไรก็ได้นึกอย่างสบายๆ

พระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านสอนให้ตรึกนึกถึงดวงใสๆ และอีกวิธีหนึ่งที่ท่านแนะนำนาคในโบสถ์ ซึ่งหลวงพ่อก็แนะนำไปทุกวัน 

แต่เนื่องจากมีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกวัน ก็จะต้องย้ำเตือนซ้ำๆ บ่อยๆ คนไหนเคยได้ยินแล้วก็อย่าเบื่อนะลูกนะ เพราะต้องให้โอกาสกับสมาชิกใหม่ของเรา จะได้ไปทำได้ถูกต้อง ทำเป็นก็จะได้เห็นภาพ

ท่านสอนให้นึกถึงสิ่งที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าเราจะค้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร เรื่องผลหมากรากไม้ เรื่องเพชรนิลจินดา ค้าขายอะไรหรือคุ้นเคยจำเจอยู่กับสิ่งใด เห็นเจนตา ท่านบอกว่าเริ่มต้นจากตรงนั้นก็ได้

เช่น จะนึกถึงชาลาเปาก็ได้ ถ้าเราข้าขายชาลาเปาไส้หวานไส้เค็ม เราก็รู้อยู่ ถ้าค้าขายผลไม้ก็นึกถึงทุเรียน นึกถึงเงาะ นึกถึงมังคุด ลองกอง มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ อะไรก็ได้ทั้งนั้นนึกอย่างสบายๆ หรือจะนึกถึงไข่มุก นึกถึงเพชรถึงพลอย อะไรก็ได้ที่เราคุ้นเคย

เหมือนอย่างที่ท่านสอนนาคที่อยู่ในโบสถ์ ท่านให้นาคนึกถึงปอยผมที่ปลงเมื่อเช้า จำให้ติดตาติดใจ นำมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นาคนั่งอยู่ในท่าคุกเข่าพนมมือ ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถนัดแต่ก็ไม่ขัดต่อการเจริญสมาธิภาวนา พวกเรายังนั่งสบายกว่าด้วยซ้ำไป

ให้นาคนึกถึงปอยผม เอามาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในกลางท้อง นาคก็ไม่ได้รู้จักว่า ฐานที่ ๗ อยู่ตรงไหน อย่างไรเพราะว่าใจยังไม่หยุด จึงไม่เห็น ก็สมมติว่าอยู่กลางท้อง นาคเลยนึกภาพปอยผมมาตั้งไว้กลางท้อง นึกใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยชัดหรอก

รัวๆ รางๆ คุ่มๆ ค่ำๆ ไม่ชัด แต่ก็นึกต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆแม้จะนั่งคุกเข่าพนมมือก็ตาม

จนกระทั่งใจหยุดนิ่ง ไม่แวบไปคิดเรื่องอื่น ปอยผมที่นึกเป็นมโนภาพก็ชัดขึ้นมา เปลี่ยนจากการนึกเป็นการเห็นจริงๆเหมือนชีรอกซ์หรือก๊อบปี้ หรือจำลองภาพปอยผมเข้าไปไว้ในกลางท้องเห็นปอยผมเป็นสีดำโคนชี้ไปทางไหน ปลายชี้ไปทางไหนชัดเจนทีเดียว

นาคก็กราบเรียนให้ท่านทราบ ท่านก็แนะนำด้วยวิธีเดิมว่าให้เอาใจหยุดกับนิ่งอย่างเดียว หยุดเรื่อยไป มองเรื่อยไปที่ปอยผมนั้นอย่าไปนึกเรื่องอื่น ท่านบอกให้นึกอย่างสบายๆ ดูเรื่อยไปนาคก็ทำตามคำสั่งสอนของท่าน โดยไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น

พอถูกส่วนเข้า ปอยผมก็เปลี่ยนสี จากสีดำเป็นสีใส ใสเป็นแก้ว ใสเป็นเพชรทีเดียว แต่ก็ยังทรงรูปร่างเดิมเอาไว้ว่า โคนชี้ไปทางไหน ปลายชี้ไปทางไหน ก็ยังทางเดิมอยู่ ก็ได้กราบเรียนให้ท่านทราบ

ท่านแนะนำว่า ให้หยุดใจต่อไปอีก ให้นิ่งๆ ไว้ ทำใจเฉยๆสบายๆ หยุดอยู่กลางปอยผมใสๆ นาคก็ทำตามไป

พอถูกส่วนเข้าก็ตกศูนย์วูบไปเลย ภาพปอยผมหายไป ตกศูนย์ไปอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๖ แล้วก็ดึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ ลอยขึ้นมา

อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เห็นศูนย์กลางกายฐานที่ ๔ ชัดเจนศูนย์กลางกายฐานที่ ๖ ก็เห็นชัดเจนด้วย แล้วก็เห็นดวงใสๆ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ลอยขึ้นมาแทนที่ ใสบริสุทธิ์ทีเดียว ใสเหมือนกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า ใสเหมือนเพชร

นาคก็กราบเรียนให้ท่านทราบ ท่านบอก เออ ดีแล้ว ต่อจากนี้ไปจะได้มอบผ้ากาสาวพัสตรให้ไปครอง แล้วจะได้ประกอบพิธีญัตติจตุตถกรรม เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา

ให้จำปฐมมรรคนั้นเอาไว้ให้ดี ทำหยุดทำนิ่งไว้กลางดางนั้นจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบวชในคราวนี้คือ การทำพระนิพพานให้แจ้ง จะบวชสั้นบวชยาวไม่สำคัญ แม้ว่าบวชเพียงวันเดียว เช่น บวชหน้าไฟ ก็จะต้องตั้งเป้าหมายว่า บวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง อย่างนี้ถึงจะถูกวัตถุประสงค์ของการบวชไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดเลย แล้วจะไปสู่พระนิพพานได้

จะทำพระนิพพานให้แจ้งได้นั้น ต้องได้ปฐมมรรคตรงนี้เสียก่อน เห็นดวงใสโตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่เกิดขึ้นตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เอาใจหยุดเรื่อยไป จะเข้ากลางไปสู่ภายในได้ จะไปพบดวงธรรมในดวงธรรม พบกายในกาย กายภายในในกายภายใน แล้วก็จะพบกายธรรม ซึ่งเป็นตัวพุทธรัตนะ จะเข้าถึงธรรมรัตนะ แล้วก็สังฆรัตนะ ได้ชื่อว่า เข้าถึงพระรัตนตรัย ถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง พอหยุดใจต่อไปก็จะไปสู่จุดหมายปลายทางคือ ทำพระนิพพานให้แจ้งได้

ท่านอบรมสั่งสอนอย่างนี้ ซึ่งนาคเมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ในที่สุดก็ได้บรรลุธรรมกาย ได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว บวช ๒ ชั้น ข้างนอกบวชแบบญัตติจตุตถกรรมข้างในบวชแบบติสรณคมนูปสัมปทา เข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอยู่ภายใน มีความสุขมาก


๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔

ง่ายแต่ลึก เล่ม ๕ (หน้า ๒๐๐-๒๐๔)

ภาพดีๆ ๐๗๒, เพจการบ้าน

ความคิดเห็น